ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานร่วมกันกับคอมพิวเตอร์
มองเห็นและจับต้องได้ มีทั้งที่ติดตั้งอยู่ภายในและภายนอกตัวเครื่อง
คอมพิวเตอร์
นิยมเรียกว่า device ซึ่งจะทำงานประสานกันตั้งแต่การป้อนข้อมูล
เข้า (input) การประมวลผล (process) และการแสดงผลลัพธ์
(output)
ฮาร์ดแวร์
แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท
อุปกรณ์นำข้อมูลเข้า (Input Device)
อุปกรณ์ประมวลผล (Process Device)
หน่วยความจำสำรอง (Secondary Storage Device)
อุปกรณ์แสดงผลลัพธ์ (Output Device)
อุปกรณ์นำข้อมูลเข้า (Input Device)
อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการนำ
ข้อมูลหรือชุดคำสั่งเข้ามายังระบบ
ข้อมูลที่นำเข้าอาจเป็นตัวเลข
ตัวอักษร ภาพกราฟิก เสียงหรือ
วิดีโอ
ประเภทการกด (Keyed Device)
คีย์บอร์ด (Keyboard)
อุปกรณ์นำข้อมูลเข้าที่นิยมใช้กันมากที่สุดในปัจจุบัน
รับข้อมูลป้อนเข้าที่เป็นตัวอักษร อักขระพิเศษ ตัวเลข รวมถึงชุดคำสั่ง
ต่างๆ
กลุ่มของแป้นพิมพ์วางเรียงต่อกันเหมือนกับเครื่องพิมพ์ดีด
ข้อมูลที่ป้อนเข้าจะถูกเก็บไปยังหน่วยความจำของระบบและแปลงให้เป็น
รหัสที่คอมพิวเตอร์เข้าใจ
คีย์บอร์ด (Keyboard)
คีย์บอร์ดติดตั้งภายใน (Built-in keyboard)
ขนาดของแป้นพิมพ์เล็กลงกว่าแบบมาตรฐาน
ทั่วไป
พื้นที่ในการทำงานจึงจำกัดให้เล็กลงตามไปด้วย
มีอยู่ในคอมพิวเตอร์แบบพกพา เช่น โน้ตบุ๊คหรือ
เดสก์โน้ต
คีย์บอร์ดเออร์โกโนมิกส์ (Ergonomic
keyboard)
ออกแบบโดยคำนึงถึงความสะดวกสบายและความ
ปลอดภัยของผู้ใช้งานเป็นหลัก
ลดความเมื่อยล้าจากการพิมพ์ได้
เพิ่มอุปกรณ์สำหรับวางข้อมือและออกแบบ
แป้นพิมพ์ให้สัมพันธ์กับสรีระของมนุษย์
คีย์บอร์ดไร้สาย (Cordless keyboard)
ส่งผ่านข้อมูลโดยใช้เทคโนโลยีไร้สาย
ทำงานได้ภายใต้รัศมีของสัญญาณนอกเหนือจาก
โต๊ะทำงานได้
ดึง ย้าย หรือเปลี่ยนตำแหน่ง ทำได้ง่ายกว่า
ใช้พลังงานของแบตเตอรี่
คีย์บอร์ดพกพา (Portable keyboard)
ใช้กับอุปกรณ์ประเภทพีดีเอ
นิยมใช้กับการพิมพ์ข้อความแทนปากกาช่วยเขียน
เช่น รายงานจดหมายหรือบันทึกการประชุม
สามารถพกพาไปยังที่ต่างๆได้
สามารพับเก็บและกางออกมาใช้ได้เมื่อต้องการ
คีย์บอร์ดเสมือน (Virtual keyboard)
ทำงานร่วมกันกับเครื่องพีดีเอเช่นเดียวกัน
จำลองภาพให้เป็นเสมือนคีย์บอร์ดจริง
อาศัยการทำงานของแสงเลเซอร์ยิงลงไปบนบริเวณ
พื้นผิวเรียบ
เมื่อต้องการใช้งาน สามารถพิมพ์หรือป้อนข้อมูลที่
เห็นเป็นภาพเหมือนแผงแป้นพิมพ์ได้เลยทันที
ประเภทชี้ตำแหน่งและควบคุมทิศทาง
(Pointing Devices)
เมาส์ (Mouse)
อุปกรณ์ที่ช่วยสำหรับการชี้ตำแหน่งการทำงานของข้อมูล
สั่งการให้คอมพิวเตอร์ทำงานบางคำสั่งที่มีการโต้ตอบกันระหว่างผู้ใช้กับ
คอมพิวเตอร์ เช่น cut, delete, paste
ใช้มือเป็นตัวบังคับทิศทางและใช้นิ้วสำหรับการกดเลือกคำสั่งงาน
เมาส์ (Mouse)
เมาส์แบบทั่วไป (Mechanical mouse)
มีการใช้ลูกบอลเป็นตัวขับเคลื่อนทิศทาง
มีลักษณะเป็นลูกกลมๆทำจากแผ่นยางกลิ้ง
อยู่ส่วนด้านล่าง
ส่วนบนของเมาส์จะมีปุ่มให้เลือกกด
ประมาณ 2-3 ปุ่ม ขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ผลิต
เมาส์แบบใหม่สามารถควบคุมการทำงาน
ขึ้นลงของสโครลบาร์ในหน้าต่างของ
โปรแกรมบางประเภทได้เรียกว่า scroll
Mouse
เมาแบบแสงหรือออปติคอลเมาส์
(Optical mouse)
ใช้แสงส่องกระทบพื้นผิวและแปลงทิศทาง
ชี้ตำแหน่งแทนการใช้ล้อหมุน
ไม่มีปัญหาเรื่องฝุ่นละอองจับ อันเป็น
สาเหตุให้การบังคับทิศทางผิดพลาด
มักนิยมเรียกว่า ออปติคอลเมาส์ ซึ่ง ปัจจุบัน
มีทั้งที่เป็นแบบต่อกับคอมพิวเตอร์โดยใช้
สายและไม่ใช้สาย
แทรคบอล (Trackball)
หลักการทำงานคล้ายกับเมาส์ โดยจะมี
ลูกบอลติดตั้งไว้อยู่ส่วนบนเพื่อใช้ควบคุม
ทิศทาง
เมื่อหมุนลูกบอลก็คือการย้ายตำแหน่ง
ตัวชี้นั่นเอง
ลูกบอลมีขนาดใหญ่กว่าเมาส์มาก
แผ่นรองสัมผัสหรือทัชแพด (touch pad)
เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมบางๆติดตั้งไว้อยู่ใน
คอมพิวเตอร์แบบพกพา
ใช้ทำงานแทนเมาส์โดยกดสัมผัสหรือใช้
นิ้วลากผ่าน
ส่วนมากจะติดตั้งไว้บริเวณด้านล่างของ
แป้นพิมพ์ในคอมพิวเตอร์แบบพกพา
แท่งชี้ควบคุมหรือพอยติงสติ๊ก (pointing stick)
มีลักษณะเป็นก้อนเล็กๆคล้ายกับยางลบ
ดินสอ เพื่อช่วยชี้ตำแหน่งของข้อมูล
ติดตั้งอยู่ตรงส่วนกลางของแป้นพิมพ์ใน
คอมพิวเตอร์แบบพกพา
ใช้นิ้วมือเป็นตัวบังคับเพื่อทำงานแทน
เมาส์
จอยสติ๊ก (Joystick)
พบเห็นได้กับการใช้เล่นเกมคอมพิวเตอร์
การควบคุมทิศทางทำได้ง่ายและสะดวกกว่าเมาส์
บังคับได้หลายทิศทาง เช่น การบังคับทิศทาง
ซ้าย ขวา หน้า หลัง หรือบังคับทิศทางในระดับ
องศาที่แตกต่างกัน
ทำให้การเล่มเกมมีความสนุกและสมจริงมาก
พวงมาลัยบังคับทิศทาง (Wheel)
สำหรับเล่นเกมจำลองประเภทการ
แข่งรถหรือควบคุมทิศทางของยานพาหนะ
ลักษณะเหมือนกับพวงมาลัยบังคับทิศทาง
ในรถยนต์จริง
อาจใช้งานร่วมกันกับอุปกรณ์เหยียบเบรก
จำลอง (pedal) และตัวเร่งความเร็วจำลอง
(accelerator) ในเกมประเภทรถแข่งได้
จอสัมผัสหรือทัชสกรีน (Touch screen)
สามารถใช้นิ้วมือแตะบังคับลงไปยังหน้า
จอคอมพิวเตอร์ได้
ทำงานแทนเมาส์และคีย์บอร์ด และสร้าง
ปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้ (interactive)ได้เป็น
อย่างดี
นิยมใช้กับตู้ให้บริการข้อมูลนักท่องเที่ยว
ตู้เกมบางประเภท เช่น เกมประเภทจับผิด
ภาพ เกมประเภททำนายดวงชะตา
ประเภทปากกา (Pen-Based Device)
ปากกาแสง (Light pen)
สำหรับการกำหนดตำแหน่งบนจอภาพ
รวมถึงการป้อนข้อมูลเข้าแทนแป้นพิมพ์
สามารถลากหรือวาดทิศทางได้ง่ายกว่า
เมาส์ ทำให้การทำงานสะดวกกว่า
มักใช้ร่วมกับโปรแกรมประเภทช่วย
สำหรับการออกแบบหรือ CAD
(computer aided design)
สไตล์ลัส (Stylus)
นิยมใช้กันมากในคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก เช่น พีดีเอและแท็บเล็ตพีซี
ใช้เลือกรายการ เขียนตัวหนังสือหรือวาดลายเส้นลงบนหน้าจออุปกรณ์นั้นๆได้โดยตรง
อาจพบเห็นได้ในสมาร์ทโฟนบางรุ่น
ดิจิไทเซอร์ (Digitizer)
อุปกรณ์อ่านพิกัดซึ่งมักใช้งานร่วมกับอุปกรณ์
ประเภทปากกา
ทำหน้าที่เป็นเสมือนกระดานรองรับสำหรับการ
ป้อนข้อความ วาดภาพหรือออกแบบงานที่
เกี่ยวกับกราฟิก
มีความคล่องตัวและสะดวกต่อการใช้งานมาก
ประเภทข้อมูลมัลติมีเดีย (Multimedia Input Device)
ไมโครโฟน (Microphone)
รับข้อมูลประเภทเสียงพูด (voice) เข้าสู่
ระบบ
บันทึกหรืออัดข้อมูลเสียงเพื่อใช้งานใน
สตูดิโอตัดต่อเสียงได้
อาจนำไปใช้กับการสนทนาบนอินเทอร์เน็ต
ได้ด้วย
ประเภทข้อมูลมัลติมีเดีย (Multimedia Input Device)
กล้องถ่ายรูปดิติตอล (Digital camera)
รับข้อมูลประเภทภาพถ่ายดิจิตอล
ภาพที่ได้สามารถบันทึกเก็บหรือถ่ายโอนลง
คอมพิวเตอร์โดยง่าย
อัดหรือขยายต่อเป็นภาพถ่ายปกติไว้ได้
กล้องถ่ายวิดีโอดิจิตอล (Digital Video camera)
มักเรียกย่อๆว่ากล้องประเภท DV
สามารถถ่ายภาพเคลื่อนไหวและภาพนิ่งได้
บันทึกเก็บหรือถ่ายโอนลงคอมพิวเตอร์ได้
หากเป็นภาพเคลื่อนไหวจะใช้พื้นที่เก็บข้อมูล
มากกว่าภาพนิ่ง
เว็บแคม (Web cam)
กล้องถ่ายวิดีโอประเภทหนึ่งที่ใช้สำหรับการ
ถ่ายภาพเคลื่อนไหว
ภาพที่ได้จะหยาบและมีขนาดไฟล์เล็กกว่ากล้อง
แบบ DV มาก
นิยมใช้กับการติดต่อสื่อสารบนเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
มีราคาถูก บางรุ่นสามารถถ่ายภาพนิ่งได้ด้วย
ประเภทสแกนและอ่านข้อมูลด้วยแสง
(scanner and optical reader)
สแกนเนอร์ (Scanner)
อุปกรณ์อ่านข้อมูลประเภทภาพถ่าย
เพียงแค่วางภาพถ่ายหรือเอกสารแล้วสั่งให้
เครื่องอ่านหรือสแกนก็สามารถเก็บรูปภาพ
หรือเอกสารสำคัญไว้ในคอมพิวเตอร์ได้
ทำงานเหมือนกับเครื่องถ่ายเอกสาร
ประเภทสแกนและอ่านข้อมูลด้วยแสง
(scanner and optical reader)
โอเอ็มอาร์ (OMR - Optical Mark
Reader)
ใช้ประโยชน์ในการตรวจข้อสอบหรือ
คะแนนของกลุ่มบุคคลจำนวนมาก
เช่น การสอบเอ็นทรานซ์ การสอบวัด
ระดับภาษาอังกฤษ
เครื่องจะอ่านเครื่องหมาย (mark) ที่ผู้เข้า
สอบได้ระบายไว้ในกระดาษคำตอบเพื่อ
นำไปประมวลผลต่อ
ประเภทสแกนและอ่านข้อมูลด้วยแสง
(scanner and optical reader)
เครื่องอ่านบาร์โค้ด (Bar code reader)
มีหลายรูปแบบ เช่น หัวอ่านมีด้ามจับคล้ายปืน
หรือฝังอยู่ในแท่นของเครื่องเก็บเงินสด
พบเห็นได้ตามจุดบริการเก็บเงิน
(POS - Point Of Sale) ร้านอาหาร
ร้านสะดวกซื้อ หรือห้างสรรพสินค้าทั่วไป
สะดวกต่อการตรวจเช็คข้อมูลสินค้าคงเหลือ
และการชำระเงิน
เอ็มไอซีอาร์ (MICR – Magnetic-Ink Character Recognition)
มักเรียกย่อๆว่าเครื่อง เอ็มไอซีอาร์
เป็นอุปกรณ์ที่ใช้อ่านตัวอักษรด้วยแสงของเอกสารสำคัญ
พบเห็นได้กับประมวลผลเช็คในธุรกิจด้านธนาคารเป็นส่วนใหญ่
ประเภทตรวจสอบข้อมูลทางกายภาพ
(Biometric Input Device)
ไบโอเมตริกส์ (biometric) เป็นลักษณะของการ
ตรวจสอบข้อมูลเฉพาะตัวของแต่ละคน
เครื่องอ่านมีอยู่หลายประเภทขึ้นอยู่กับลักษณะ
การตรวจสอบ เช่น เครื่องอ่านลายนิ้วมือ เครื่อง
ตรวจสอบม่านตา เครื่องวิเคราะห์เสียงพูด
ป้องกันและรักษาความปลอดภัยในระดับที่สูง
มาก
อุปกรณ์ประมวลผล (Process Device)
ซีพียู (CPU - Central Processing Unit)
หน่วยประมวลผลกลาง หรือเรียกกันโดยทั่วไปว่า
ไมโครโพรเซสเซอร์
เปรียบเหมือนกับสมองของมนุษย์ที่ใช้ในการคิด
วิเคราะห์และประมวลผลเพื่อหาผลลัพธ์
ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานและประมวลผลข้อมูลที่
ได้รับจากอุปกรณ์นำข้อมูลเข้า (input device) และส่ง
ต่อไปยังอุปกรณ์ส่วนอื่น
ความเร็วของซีพียู
ความเร็วของซีพียูถูกควบคุมโดยระบบสัญญาณนาฬิกา
(system clock)
สัญญาณมีการเข้ารหัสจังหวะเหมือนกับจังหวะการทำงานของ
เครื่องดนตรี
หน่วยวัดความเร็วเรียกว่า เฮิร์ตซ (Hz - Hertz )
Megahertz หรือ MHz = 1 000 000 ครั้งต่อวินาที
Gigahertz หรือ GHz = 1 000 000 000 ครั้งต่อวินาที
สถาปัตยกรรมที่ใช้สำหรับผลิตซีพียู
RISC-Reduced Instruction Set Computer
ออกแบบมาโดยลดจำนวนคำสั่งภายในซีพียูให้มีจำนวน
และขนาดที่เล็กลง
ส่งผลให้ความเร็วในการทำงานโดยรวมของซีพียูเพิ่มขึ้น
มีที่เหลือสำหรับทำวงจรอย่างอื่นในตัวซีพียู เช่น ทำที่พัก
ข้อมูล (cache) ขนาดใหญ่
CISC-Complex Instruction Set Computer
พยายามให้ชุดคำสั่งที่ซีพียูสามารถทำงานได้นั้นมีคำสั่งในรูปแบบ
ต่างๆให้เลือกใช้มากมายหลายร้อยคำสั่ง
มีข้อจำกัดคือวงจรภายในต้องมีความซับซ้อนและใช้เวลาในการ
ทำงานแต่ละคำสั่งนายกว่าแบบ RISC
ซีพียูที่ออกแบบตามแนวทางนี้ เช่น เพนเทียมรุ่นแรกๆของบริษัทอิน
เทล รวมถึงซีพียูจากค่าย AMD และ Cyrix เป็นต้น
* ปัจจุบันมักใช้แนวทางที่เริ่มปรับเข้าหากัน คือเอาส่วนดีของแต่ละ
แนวทางมาปรับใช้ เช่น ใน ซีพียูเพนเทียม 4 มีการเอาแนวคิดของ
RISC เข้าไปผสมด้วย
หน่วยความจำหลัก (Primary Storage)
เรียกได้หลายชื่อเช่น main memory, primary memory,
internal memory, internal storage
ทำงานใกล้ชิดกับซีพียูมากที่สุด
ช่วยเหลือการทำงานของซีพียูให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น เช่น
การพักหรือเก็บข้อมูลขณะที่มีการประมวลผล
แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ROM และ RAM
หน่วยความจำแบบ ROM
ไม่จำเป็นต้องใช้กระแสไฟฟ้าเลี้ยง (nonvolatile memory)
ส่วนใหญ่มักถูกติดตั้งไว้เพื่อตรวจสอบความพร้อมในการ
ทำงานของเครื่อง
มักจะมีการผลิตชุดคำสั่งไว้ใน ROM อย่างถาวรมาแล้ว
(เรียกว่า firmware)
หน่วยความจำแบบ RAM
ต้องอาศัยกระแสไฟฟ้าในการทำงาน
(volatile memory)
ใช้เป็นที่พักข้อมูลในขณะประมวลผลของ
ซีพียูเพื่อให้การทำงานเร็วขึ้น
หากไฟดับหรือไม่มีกระแสไฟหล่อเลี้ยง
ข้อมูลที่เก็บไว้จะสูญหายหมด
เมนบอร์ด (Main board)
แผงควบคุมวงจรต่อเชื่อมอุปกรณ์ที่
เกี่ยวข้องกับการทำงานของ
คอมพิวเตอร์ทั้งหมด
เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า แผงวงจรหลัก
หรือ mother board
ภายในแผงวงจรจะมีเส้นบัสเพื่อใช้
ส่งสัญญาณไฟฟ้าระหว่างอุปกรณ์
ต่างๆภายในตัวเครื่องให้ทำงาน
ร่วมกันได้
ชิปเซ็ต (Chip set)
ชิปจำนวนหนึ่งหรือหลายตัวที่บรรจุวงจรสำคัญๆ
ที่ช่วยการทำงานของซีพียู
ปกติจะติดตั้งมาพร้อมกับเมนบอร์ดหรือแผงวงจรหลัก
ถอดเปลี่ยนไม่ได้
ทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานงานและควบคุมการ
ทำงานของหน่วยความจำรวมถึงอุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งแบบ
ภายในหรือภายนอกทุกชนิดตามคำสั่งของซีพียู
ผู้ผลิตชิปเซ็ตส่วนมากจะผลิตซีพียูด้วย เช่น SiS, Intel,
VIA, AMD เป็นต้น
หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง (Secondary Storage Device)
สำหรับเก็บบันทึกข้อมูลต้องการใช้
ประโยชน์ในภายหลัง
นิยมใช้ หน่วยความจำสำรอง หรือ
ที่เรียกว่า secondary storage
มีหลากหลายประเภทให้เลือกใช้
มากในปัจจุบัน
ประเภทของสื่อเก็บบันทึกข้อมูล
แบ่งออกได้ตามรูปแบบของสื่อที่จัดเก็บ 4 ประเภทคือ
สื่อเก็บข้อมูลแบบจานแม่เหล็ก (magnetic disk devices)
สื่อเก็บข้อมูลแสง (optical storage devices)
สื่อเก็บข้อมูลแบบเทป (tape devices)
สื่อเก็บข้อมูลอื่นๆ (other storage devices)
สื่อเก็บข้อมูลแบบจานแม่เหล็ก
(Magnetic Disk devices)
ฟล็อปปี้ดิสก์(Floppy disks)
ได้รับความนิยมและใช้งานอย่างแพร่หลาย
เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ดิสเก็ตต์หรือแผ่นดิสก์
การเก็บข้อมูลจะมีแผ่นจานบันทึกเคลือบสาร
แม่เหล็กอยู่ด้านในที่ห่อหุ้มด้วยพลาสติกอีก
ชั้นหนึ่ง
การฟอร์แมตแผ่น (Format)
กระบวนการจัดพื้นที่เก็บไฟล์ข้อมูลก่อนใช้งานหรือการ
เตรียมพื้นที่สำหรับเก็บบันทึกข้อมูล
จะต้องมีการจัดการข้อมูลโดยการ ฟอร์แมต (format) เมื่อ
ใช้ครั้งแรกทุกครั้ง
* ปัจจุบันมีการฟอร์แมตตั้งแต่กระบวนการผลิตแล้ว
โครงสร้างของแผ่นจาน
แทรค (Track)
เส้นที่อยู่เป็นแนววงกลมรอบๆของจานแผ่นแม่เหล็ก จะมีมากหรือน้อย
ขึ้นอยู่กับชนิดและประเภทของจาน
เซกเตอร์ (Sector)
แทรคที่แบ่งออกเป็นส่วนๆสำหรับเก็บความจุของข้อมูล
เหมือนกับห้องพักต่างๆที่อยู่ในคอนโด
การคำนวณความจุของแผ่นดิสก์
แผ่นดิสเก็ตต์แบบ high-density ซึ่งมีพื้นที่เก็บข้อมูล 2 ด้าน
แต่ละด้านมี 80 แทรค แต่ละแทรคแบ่งได้มากถึง 18 เซกเตอร์
และแต่ละเซกเตอร์สามารถเก็บข้อมูลได้มากถึง 512 ไบต์
ความจุเท่ากับ 1.40625 MiB
หรือเท่ากับหน่วยวัด 1.44 MB
สื่อเก็บข้อมูลแบบจานแม่เหล็ก
(Magnetic Disk devices)
ฮาร์ดดิสก์ (Hard disks)
อุปกรณ์เก็บบันทึกข้อมูลที่มีหลักการทำงานและโครงสร้าง
คล้ายกับดิสเก็ตต์
มีความจุข้อมูลและความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลมากกว่าแผ่น
ดิสเก็ตต์
ส่วนใหญ่จะติดตั้งอยู่ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์
โครงสร้างของฮาร์ดดิสก์
ฮาร์ดดิสก์ผลิตมาจากวัสดุ
แบบแข็งจำนวนหลายแผ่น
วางเรียงต่อกันเป็นชั้นๆ
เรียกว่า แพลตเตอร์ (platter)
โครงสร้างของฮาร์ดดิสก์โดยทั่วไปประกอบด้วย
platter - จานแม่เหล็กแต่ละจานบนฮาร์ดดิสก์
track - พื้นที่ตามแนวเส้นรอบวงบนแพลตเตอร์นั้น
sector – แทรคที่แบ่งย่อยออกเป็นท่อนเหมือนกับดิสเก็ตต์
cylinder - แทรคที่อยู่ตรงกันของแต่ละแพลตเตอร์
read/write head –หัวสำหรับการอ่าน/เขียนข้อมูล
การทำงานของฮาร์ดดิสก์
ตัวของแผ่นจานหมุนเร็วมากและหัวอ่านเขียนจะวางลอยห่าง
เหนือแพลตเตอร์
ระยะความห่างของแพลตเตอร์กับหัวอ่านมีค่าที่เล็กกว่า
ขนาดของเส้นผมหลายเท่า
ใช้หลักการส่งกระแสไฟฟ้าเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง
ของสนามแม่เหล็ก โดยหัวอ่านจะไม่มีโอกาสสัมผัสกับแผ่น
สื่อเก็บข้อมูลแบบแสง (Optical Storage Device)
การแบ่งวงของแทรคจะแบ่งเป็นลักษณะ
รูปก้นหอย
เริ่มเก็บบันทึกข้อมูลจากส่วนด้านในออกมา
ด้านนอก
แบ่งส่วนย่อยของแทรคออกเป็นเซกเตอร์
เช่นเดียวกันกับแผ่นจานแม่เหล็ก
CD (Compact Disc)
ปัจจุบันมีราคาถูกลงกว่าสมัยก่อนมาก
อาจแยกออกได้ดังนี้
CD-ROM (Compact disc read only memory)
CD-R (Compact disc recordable)
CD-RW (Compact disc rewritable )
CD-ROM (Compact disc read only memory)
นิยมใช้สำหรับการเก็บบันทึกข้อมูลทางคอมพิวเตอร์
เช่น โปรแกรมโอเอส, โปรแกรมประยุกต์ ผลงานไฟล์มัลติมีเดีย
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน หรือ CD-Training
อ่านข้อมูลได้อย่างเดียวแต่ไม่สามารถเขียนหรือบันทึกข้อมูลซ้ำได้
จุข้อมูลได้ถึง 650-750 MB
มักเป็นแผ่นที่ปั๊มมาจากโรงงานหรือบริษัทผู้ผลิตโดยตรง
CD-R (Compact disc recordable)
พบเห็นได้ตามร้านค้าจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั่วไป
มีราคาถูกลงอย่างมาก สามารถใช้เขียนบันทึกข้อมูลได้
แต่ไม่สามารถลบข้อมูลที่เขียนไว้ได้
เหมาะสำหรับบันทึกข้อมูลไฟล์ทั่วไป เช่น ภาพถ่ายจากกล้อง
ดิจิตอล เพลง MP3 หรือไฟล์งานในเครื่องส่วนตัว
CD-RW (Compact disc rewritable)
ลักษณะแผ่นเหมือนกับแผ่น CD-R
นอกจากเขียนบันทึกข้อมูลได้หลายครั้งแล้ว ยังสามารถลบข้อมูลและ
เขียนซ้ำใหม่ได้เรื่อยๆ
ราคาแผ่นของ CD-RW ยังมีราคาสูงกว่า CD-R มาก
เหมาะสำหรับเก็บไฟล์ที่เปลี่ยนแปลงบ่อยและเก็บข้อมูลนั้นไว้ใน
ระยะเวลาอันสั้น ไม่ถาวร
สามารถลบทิ้งแล้วเขียนใหม่อีกได้ถึงกว่า 1,000 ครั้ง
DVD (Digital Versatile Disc/Digital Video Disc)
การเก็บข้อมูลจะแบ่งออกเป็นชั้น เรียกว่า
เลเยอร์ (layer)
เก็บข้อมูลได้ทั้งสองด้าน (sides)
ความจุของ DVD จะมีมากกว่า CD
หลายเท่าตัว
รองรับกับงานด้านมัลติมีเดียได้เป็นอย่างดี
มาตรฐานของแผ่น DVD
ปัจจุบันมีการนำแผ่น DVD มาประยุกต์ใช้กันอย่างแพร่หลาย
มีมาตรฐานที่ค่อนข้างแตกต่างกันไม่เหมือนกับ แผ่น CD พอจะ
แยกออกได้คือ
DVD-ROM
DVD-R และ DVD-RW
DVD+R และ DVD+RW
DVD-ROM
ผลิตจากบริษัทผู้ผลิตหรือโรงงานโดยตรง
นิยมใช้เก็บข้อมูลขนาดใหญ่มาก เช่น ภาพยนตร์ความคมชัดสูงและ
ต้องการเสียงที่สมจริง การสำรองข้อมูลขนาดใหญ่
ไม่สามารถเขียนหรือลบข้อมูลได้
DVD-R และ DVD-RW
แผ่น DVD ประเภทเขียนข้อมูลได้ตามมาตรฐานขององค์กร DVD
Forum (www.dvdforum.org)
มีความจุข้อมูลสูงสุดคือ 4.7 GB
DVD-R สามารถเขียนและบันทึกข้อมูลได้เพียงครั้งเดียว
DVD-RW จะเขียนและบันทึกข้อมูลซ้ำได้หลายๆครั้ง
DVD+R และ DVD+RW
DVD ที่เขียนข้อมูลได้เช่นเดียวกันแต่เป็นมาตรฐานใหม่ของ
DVD+RW Alliance (www.dvdrw.com)
มีความจุสูงสุดคือ 4.7 GB และอาจเพิ่มอีกในอนาคต
การเขียนข้อมูลของ DVD+R และ DVD+RW จะคล้ายกับกลุ่ม
มาตรฐานเดิม
แตกต่างที่ความเร็วในการเขียนแผ่นจะมีมากกว่า
สื่อเก็บข้อมูลแบบเทป (Tape device)
เหมาะสำหรับการสำรองข้อมูล (backup)
มีราคาถูกและเก็บบันทึกข้อมูลได้จำนวนมาก
ลักษณะการเข้าถึงข้อมูลแบบเรียงลำดับต่อเนื่องกันไป
(sequential access)
มีหลายขนาดแตกต่างกันไป
สื่อเก็บข้อมูลอื่นๆ (Other Storage Device)
อุปกรณ์หน่วยความจำแบบแฟลช (Flash memory Device)
สื่อเก็บข้อมูลแบบใหม่ที่เริ่มนิยมใช้แทนแผ่นดิสเก็ตต์
อาจอยู่ในรูปแบบของ memory card
)
อุปกรณ์แสดงผลลัพธ์ (Output Device)
อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการแสดงผลที่พบเห็นในปัจจุบันอาจแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท
ดังนี้
อุปกรณ์แสดงผลหน้าจอ (display devices)
อุปกรณ์สำหรับพิมพ์งาน (print devices)
อุปกรณ์ขับเสียง (audio devices)
อุปกรณ์แสดงผลหน้าจอ (Display devices)
เทอร์มินอล (Terminals)
พบเห็นได้กับจุดบริการขาย
(POS - Point Of Sale) ทั่วไป หรือจุด
ให้บริการลูกค้าเพื่อทำรายการบาง
ประเภท เช่น ตู้ฝากถอน ATM
จอภาพมีขนาดเล็กกว่าจอภาพที่ใช้
กับคอมพิวเตอร์โดยทั่วไป
อุปกรณ์แสดงผลหน้าจอ (Display devices)
จอซีอาร์ที (CRT Monitors)
ใช้กับเครื่องพีซีทั่วไป
อาศัยหลอดแก้วแสดงผลขนาดใหญ่
ที่เรียกว่า หลอดรังสีคาโธด
(cathode ray tube)
มีขนาดตั้งแต่ 14,15,16,17,19,20 และ
21 นิ้ว เป็นต้น
อุปกรณ์แสดงผลหน้าจอ (Display devices)
จอแอลซีดี (LCD Monitors)
อาศัยการทำงานของโมเลกุลชนิด
พิเศษที่เรียกว่า liquid crystal
มีขนาดบางและสะดวกในการ
เคลื่อนย้ายมากกว่า
ไม่เปลืองพื้นที่สำหรับการทำงาน
ปัจจุบันยังมีราคาที่แพงกว่าจอแบบ
ซีอาร์ทีมาก
โปรเจคเตอร์ (Projectors)
นิยมใช้สำหรับการจัดประชุม
สัมมนา หรือการนำเสนอผลงาน
(presentation)
ทำหน้าที่เป็นเหมือนอุปกรณ์ช่วย
ขยายภาพขนาดเล็กให้ไปเป็นภาพ
ขนาดใหญ่ที่บริเวณฉากรับ
อุปกรณ์สำหรับพิมพ์งาน (Print Devices)
เครื่องพิมพ์แบบดอทเมตริกซ์ (Dot
matrix Printer)
อาศัยหัวเข็มพิมพ์กระทบลงไปที่ผ้า
หมึกและตัวกระดาษโดยตรง
เหมาะกับการพิมพ์เอกสารประเภท
มีสำเนา (copy)
นิยมเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เครื่องพิมพ์
แบบกระทบ (impact printer)
เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ (Laser Printer)
มีความคมชัดมากกว่าเครื่องพิมพ์แบบอื่น
อาศัยการทำงานของแสงเลเซอร์
ข้อเสียคือไม่สามารถพิมพ์เอกสารที่เป็น
แบบสำเนา (copy) เหมือนกับเครื่องพิมพ์
แบบดอทเมตริกซ์ได้
เครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจ็ต
(Ink-jet Printer)
อาศัยน้ำหมึกพ่นลงไปบนกระดาษ
เลือกใช้ได้ทั้งหมึกสีและขาวดำ
มีทั้งแบบที่มีราคาถูกที่ใช้งานตามบ้าน
ทั่วไปและเครื่องขนาดใหญ่ราคาแพง
สำหรับงานพิมพ์โปสเตอร์ขนาดใหญ่
พลอตเตอร์ (Plotter)
นิยมใช้กับการพิมพ์เอกสารขนาดใหญ่ที่
ต้องการความละเอียดสูง เช่น ภาพโฆษณา
แผนที่ แผนผัง แบบแปลน
อาศัยการวาดภาพด้วยปากกาความร้อน
เขียนลงไปที่กระดาษ
อาจพบเห็นได้น้อยลง เนื่องจากการเข้ามา
แทนที่ของเครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจ็ต
อุปกรณ์ขับเสียง (Audio Devices)
ลำโพง (Speaker)
เป็นอุปกรณ์สำหรับช่วยขับเสียง
ออกจากคอมพิวเตอร์
มีราคาถูกมากตั้งแต่ร้อยกว่าบาท
จนถึงหลักพัน
เหมาะสำหรับฟังเสียงเพลงหรือ
เสียงประกอบภาพยนตร์รวมถึงเสียง
ที่ได้จากการพูดผ่านไมโครโฟน
เป็นต้น
อุปกรณ์ขับเสียง (Audio Devices)
หูฟัง (Headphone)
นิยมใช้สำหรับการฟังเสียงแบบส่วนตัว
บางรุ่นอาจพบได้ทั้งหูฟังและไมโครโฟนอยู่ในตัวเดียวกัน
มีให้เลือกหลายชนิดทั้งที่แบบมีสายเชื่อมต่อและแบบไร้สาย
ราคามีตั้งแต่ไม่กี่ร้อยบาทจนถึงหลักพันขึ้นอยู่กับคุณภาพและยี่ห้อของ
บริษัทผู้ผลิต
อ้างอิง
http://fed.bpi.ac.th/LMS/materials/4-%E0%B8%AE%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87.pdf
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น