ส่งงาน:อ.ทาริกา

ส่งงาน: อ.ทาริกา

วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554

สรุปบทที่4

ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง

􀂄 อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานร่วมกันกับคอมพิวเตอร์
􀂄 มองเห็นและจับต้องได้ มีทั้งที่ติดตั้งอยู่ภายในและภายนอกตัวเครื่อง
คอมพิวเตอร์
􀂄 นิยมเรียกว่า device ซึ่งจะทำงานประสานกันตั้งแต่การป้อนข้อมูล
เข้า (input) การประมวลผล (process) และการแสดงผลลัพธ์
(output)
ฮาร์ดแวร์
􀂄 แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท
􀂄 อุปกรณ์นำข้อมูลเข้า (Input Device)
􀂄 อุปกรณ์ประมวลผล (Process Device)
􀂄 หน่วยความจำสำรอง (Secondary Storage Device)
􀂄 อุปกรณ์แสดงผลลัพธ์ (Output Device)
อุปกรณ์นำข้อมูลเข้า (Input Device)
􀂄 อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการนำ
ข้อมูลหรือชุดคำสั่งเข้ามายังระบบ
􀂄 ข้อมูลที่นำเข้าอาจเป็นตัวเลข
ตัวอักษร ภาพกราฟิก เสียงหรือ
วิดีโอ
ประเภทการกด (Keyed Device)
􀂄 คีย์บอร์ด (Keyboard)
􀂄 อุปกรณ์นำข้อมูลเข้าที่นิยมใช้กันมากที่สุดในปัจจุบัน
􀂄 รับข้อมูลป้อนเข้าที่เป็นตัวอักษร อักขระพิเศษ ตัวเลข รวมถึงชุดคำสั่ง
ต่างๆ
􀂄 กลุ่มของแป้นพิมพ์วางเรียงต่อกันเหมือนกับเครื่องพิมพ์ดีด
􀂄 ข้อมูลที่ป้อนเข้าจะถูกเก็บไปยังหน่วยความจำของระบบและแปลงให้เป็น
รหัสที่คอมพิวเตอร์เข้าใจ
คีย์บอร์ด (Keyboard)
􀂄 คีย์บอร์ดติดตั้งภายใน (Built-in keyboard)
􀂄 ขนาดของแป้นพิมพ์เล็กลงกว่าแบบมาตรฐาน
ทั่วไป
􀂄 พื้นที่ในการทำงานจึงจำกัดให้เล็กลงตามไปด้วย
􀂄 มีอยู่ในคอมพิวเตอร์แบบพกพา เช่น โน้ตบุ๊คหรือ
เดสก์โน้ต
􀂄 คีย์บอร์ดเออร์โกโนมิกส์ (Ergonomic
keyboard)
􀂄 ออกแบบโดยคำนึงถึงความสะดวกสบายและความ
ปลอดภัยของผู้ใช้งานเป็นหลัก
􀂄 ลดความเมื่อยล้าจากการพิมพ์ได้
􀂄 เพิ่มอุปกรณ์สำหรับวางข้อมือและออกแบบ
แป้นพิมพ์ให้สัมพันธ์กับสรีระของมนุษย์
􀂄 คีย์บอร์ดไร้สาย (Cordless keyboard)
􀂄 ส่งผ่านข้อมูลโดยใช้เทคโนโลยีไร้สาย
􀂄 ทำงานได้ภายใต้รัศมีของสัญญาณนอกเหนือจาก
โต๊ะทำงานได้
􀂄 ดึง ย้าย หรือเปลี่ยนตำแหน่ง ทำได้ง่ายกว่า
􀂄 ใช้พลังงานของแบตเตอรี่
􀂄 คีย์บอร์ดพกพา (Portable keyboard)
􀂄 ใช้กับอุปกรณ์ประเภทพีดีเอ
􀂄 นิยมใช้กับการพิมพ์ข้อความแทนปากกาช่วยเขียน
เช่น รายงานจดหมายหรือบันทึกการประชุม
􀂄 สามารถพกพาไปยังที่ต่างๆได้
􀂄 สามารพับเก็บและกางออกมาใช้ได้เมื่อต้องการ
คีย์บอร์ดเสมือน (Virtual keyboard)
􀂄 ทำงานร่วมกันกับเครื่องพีดีเอเช่นเดียวกัน
􀂄 จำลองภาพให้เป็นเสมือนคีย์บอร์ดจริง
􀂄 อาศัยการทำงานของแสงเลเซอร์ยิงลงไปบนบริเวณ
พื้นผิวเรียบ
􀂄 เมื่อต้องการใช้งาน สามารถพิมพ์หรือป้อนข้อมูลที่
เห็นเป็นภาพเหมือนแผงแป้นพิมพ์ได้เลยทันที
ประเภทชี้ตำแหน่งและควบคุมทิศทาง
(Pointing Devices)
􀂄 เมาส์ (Mouse)
􀂄 อุปกรณ์ที่ช่วยสำหรับการชี้ตำแหน่งการทำงานของข้อมูล
􀂄 สั่งการให้คอมพิวเตอร์ทำงานบางคำสั่งที่มีการโต้ตอบกันระหว่างผู้ใช้กับ
คอมพิวเตอร์ เช่น cut, delete, paste
􀂄 ใช้มือเป็นตัวบังคับทิศทางและใช้นิ้วสำหรับการกดเลือกคำสั่งงาน
เมาส์ (Mouse)
􀂄 เมาส์แบบทั่วไป (Mechanical mouse)
􀂄 มีการใช้ลูกบอลเป็นตัวขับเคลื่อนทิศทาง
􀂄 มีลักษณะเป็นลูกกลมๆทำจากแผ่นยางกลิ้ง
อยู่ส่วนด้านล่าง
􀂄 ส่วนบนของเมาส์จะมีปุ่มให้เลือกกด
ประมาณ 2-3 ปุ่ม ขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ผลิต
􀂄 เมาส์แบบใหม่สามารถควบคุมการทำงาน
ขึ้นลงของสโครลบาร์ในหน้าต่างของ
โปรแกรมบางประเภทได้เรียกว่า scroll
Mouse
􀂄 เมาแบบแสงหรือออปติคอลเมาส์
(Optical mouse)
􀂄 ใช้แสงส่องกระทบพื้นผิวและแปลงทิศทาง
ชี้ตำแหน่งแทนการใช้ล้อหมุน
􀂄 ไม่มีปัญหาเรื่องฝุ่นละอองจับ อันเป็น
สาเหตุให้การบังคับทิศทางผิดพลาด
􀂄 มักนิยมเรียกว่า ออปติคอลเมาส์ ซึ่ง ปัจจุบัน
มีทั้งที่เป็นแบบต่อกับคอมพิวเตอร์โดยใช้
สายและไม่ใช้สาย
แทรคบอล (Trackball)
􀂄 หลักการทำงานคล้ายกับเมาส์ โดยจะมี
ลูกบอลติดตั้งไว้อยู่ส่วนบนเพื่อใช้ควบคุม
ทิศทาง
􀂄 เมื่อหมุนลูกบอลก็คือการย้ายตำแหน่ง
ตัวชี้นั่นเอง
􀂄 ลูกบอลมีขนาดใหญ่กว่าเมาส์มาก
แผ่นรองสัมผัสหรือทัชแพด (touch pad)
􀂄 เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมบางๆติดตั้งไว้อยู่ใน
คอมพิวเตอร์แบบพกพา
􀂄 ใช้ทำงานแทนเมาส์โดยกดสัมผัสหรือใช้
นิ้วลากผ่าน
􀂄 ส่วนมากจะติดตั้งไว้บริเวณด้านล่างของ
แป้นพิมพ์ในคอมพิวเตอร์แบบพกพา
แท่งชี้ควบคุมหรือพอยติงสติ๊ก (pointing stick)
􀂄 มีลักษณะเป็นก้อนเล็กๆคล้ายกับยางลบ
ดินสอ เพื่อช่วยชี้ตำแหน่งของข้อมูล
􀂄 ติดตั้งอยู่ตรงส่วนกลางของแป้นพิมพ์ใน
คอมพิวเตอร์แบบพกพา
􀂄 ใช้นิ้วมือเป็นตัวบังคับเพื่อทำงานแทน
เมาส์
จอยสติ๊ก (Joystick)
􀂄 พบเห็นได้กับการใช้เล่นเกมคอมพิวเตอร์
􀂄 การควบคุมทิศทางทำได้ง่ายและสะดวกกว่าเมาส์
􀂄 บังคับได้หลายทิศทาง เช่น การบังคับทิศทาง
ซ้าย ขวา หน้า หลัง หรือบังคับทิศทางในระดับ
องศาที่แตกต่างกัน
􀂄 ทำให้การเล่มเกมมีความสนุกและสมจริงมาก
พวงมาลัยบังคับทิศทาง (Wheel)
􀂄 สำหรับเล่นเกมจำลองประเภทการ
แข่งรถหรือควบคุมทิศทางของยานพาหนะ
􀂄 ลักษณะเหมือนกับพวงมาลัยบังคับทิศทาง
ในรถยนต์จริง
􀂄 อาจใช้งานร่วมกันกับอุปกรณ์เหยียบเบรก
จำลอง (pedal) และตัวเร่งความเร็วจำลอง
(accelerator) ในเกมประเภทรถแข่งได้
จอสัมผัสหรือทัชสกรีน (Touch screen)
􀂄 สามารถใช้นิ้วมือแตะบังคับลงไปยังหน้า
จอคอมพิวเตอร์ได้
􀂄 ทำงานแทนเมาส์และคีย์บอร์ด และสร้าง
ปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้ (interactive)ได้เป็น
อย่างดี
􀂄 นิยมใช้กับตู้ให้บริการข้อมูลนักท่องเที่ยว
ตู้เกมบางประเภท เช่น เกมประเภทจับผิด
ภาพ เกมประเภททำนายดวงชะตา
ประเภทปากกา (Pen-Based Device)
􀂄 ปากกาแสง (Light pen)
􀂄 สำหรับการกำหนดตำแหน่งบนจอภาพ
รวมถึงการป้อนข้อมูลเข้าแทนแป้นพิมพ์
􀂄 สามารถลากหรือวาดทิศทางได้ง่ายกว่า
เมาส์ ทำให้การทำงานสะดวกกว่า
􀂄 มักใช้ร่วมกับโปรแกรมประเภทช่วย
สำหรับการออกแบบหรือ CAD
(computer aided design)

􀂄 สไตล์ลัส (Stylus)
􀂄 นิยมใช้กันมากในคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก เช่น พีดีเอและแท็บเล็ตพีซี
􀂄 ใช้เลือกรายการ เขียนตัวหนังสือหรือวาดลายเส้นลงบนหน้าจออุปกรณ์นั้นๆได้โดยตรง
􀂄 อาจพบเห็นได้ในสมาร์ทโฟนบางรุ่น
􀂄 ดิจิไทเซอร์ (Digitizer)
􀂄 อุปกรณ์อ่านพิกัดซึ่งมักใช้งานร่วมกับอุปกรณ์
ประเภทปากกา
􀂄 ทำหน้าที่เป็นเสมือนกระดานรองรับสำหรับการ
ป้อนข้อความ วาดภาพหรือออกแบบงานที่
เกี่ยวกับกราฟิก
􀂄 มีความคล่องตัวและสะดวกต่อการใช้งานมาก
ประเภทข้อมูลมัลติมีเดีย (Multimedia Input Device)
􀂄 ไมโครโฟน (Microphone)
􀂄 รับข้อมูลประเภทเสียงพูด (voice) เข้าสู่
ระบบ
􀂄 บันทึกหรืออัดข้อมูลเสียงเพื่อใช้งานใน
สตูดิโอตัดต่อเสียงได้
􀂄 อาจนำไปใช้กับการสนทนาบนอินเทอร์เน็ต
ได้ด้วย
ประเภทข้อมูลมัลติมีเดีย (Multimedia Input Device)
􀂄 กล้องถ่ายรูปดิติตอล (Digital camera)
􀂄 รับข้อมูลประเภทภาพถ่ายดิจิตอล
􀂄 ภาพที่ได้สามารถบันทึกเก็บหรือถ่ายโอนลง
คอมพิวเตอร์โดยง่าย
􀂄 อัดหรือขยายต่อเป็นภาพถ่ายปกติไว้ได้
􀂄 กล้องถ่ายวิดีโอดิจิตอล (Digital Video camera)
􀂄 มักเรียกย่อๆว่ากล้องประเภท DV
􀂄 สามารถถ่ายภาพเคลื่อนไหวและภาพนิ่งได้
􀂄 บันทึกเก็บหรือถ่ายโอนลงคอมพิวเตอร์ได้
􀂄 หากเป็นภาพเคลื่อนไหวจะใช้พื้นที่เก็บข้อมูล
มากกว่าภาพนิ่ง
􀂄 เว็บแคม (Web cam)
􀂄 กล้องถ่ายวิดีโอประเภทหนึ่งที่ใช้สำหรับการ
ถ่ายภาพเคลื่อนไหว
􀂄 ภาพที่ได้จะหยาบและมีขนาดไฟล์เล็กกว่ากล้อง
แบบ DV มาก
􀂄 นิยมใช้กับการติดต่อสื่อสารบนเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
􀂄 มีราคาถูก บางรุ่นสามารถถ่ายภาพนิ่งได้ด้วย
ประเภทสแกนและอ่านข้อมูลด้วยแสง
(scanner and optical reader)
􀂄 สแกนเนอร์ (Scanner)
􀂄 อุปกรณ์อ่านข้อมูลประเภทภาพถ่าย
􀂄 เพียงแค่วางภาพถ่ายหรือเอกสารแล้วสั่งให้
เครื่องอ่านหรือสแกนก็สามารถเก็บรูปภาพ
หรือเอกสารสำคัญไว้ในคอมพิวเตอร์ได้
􀂄 ทำงานเหมือนกับเครื่องถ่ายเอกสาร
ประเภทสแกนและอ่านข้อมูลด้วยแสง
(scanner and optical reader)
􀂄 โอเอ็มอาร์ (OMR - Optical Mark
Reader)
􀂄 ใช้ประโยชน์ในการตรวจข้อสอบหรือ
คะแนนของกลุ่มบุคคลจำนวนมาก
􀂄 เช่น การสอบเอ็นทรานซ์ การสอบวัด
ระดับภาษาอังกฤษ
􀂄 เครื่องจะอ่านเครื่องหมาย (mark) ที่ผู้เข้า
สอบได้ระบายไว้ในกระดาษคำตอบเพื่อ
นำไปประมวลผลต่อ
ประเภทสแกนและอ่านข้อมูลด้วยแสง
(scanner and optical reader)
􀂄 เครื่องอ่านบาร์โค้ด (Bar code reader)
􀂄 มีหลายรูปแบบ เช่น หัวอ่านมีด้ามจับคล้ายปืน
หรือฝังอยู่ในแท่นของเครื่องเก็บเงินสด
􀂄 พบเห็นได้ตามจุดบริการเก็บเงิน
(POS - Point Of Sale) ร้านอาหาร
ร้านสะดวกซื้อ หรือห้างสรรพสินค้าทั่วไป
􀂄 สะดวกต่อการตรวจเช็คข้อมูลสินค้าคงเหลือ
และการชำระเงิน

􀂄 เอ็มไอซีอาร์ (MICR – Magnetic-Ink Character Recognition)
􀂄 มักเรียกย่อๆว่าเครื่อง เอ็มไอซีอาร์
􀂄 เป็นอุปกรณ์ที่ใช้อ่านตัวอักษรด้วยแสงของเอกสารสำคัญ
􀂄 พบเห็นได้กับประมวลผลเช็คในธุรกิจด้านธนาคารเป็นส่วนใหญ่
ประเภทตรวจสอบข้อมูลทางกายภาพ
(Biometric Input Device)
􀂄 ไบโอเมตริกส์ (biometric) เป็นลักษณะของการ
ตรวจสอบข้อมูลเฉพาะตัวของแต่ละคน
􀂄 เครื่องอ่านมีอยู่หลายประเภทขึ้นอยู่กับลักษณะ
การตรวจสอบ เช่น เครื่องอ่านลายนิ้วมือ เครื่อง
ตรวจสอบม่านตา เครื่องวิเคราะห์เสียงพูด
􀂄 ป้องกันและรักษาความปลอดภัยในระดับที่สูง
มาก
อุปกรณ์ประมวลผล (Process Device)
􀂄 ซีพียู (CPU - Central Processing Unit)
􀂄 หน่วยประมวลผลกลาง หรือเรียกกันโดยทั่วไปว่า
ไมโครโพรเซสเซอร์
􀂄 เปรียบเหมือนกับสมองของมนุษย์ที่ใช้ในการคิด
วิเคราะห์และประมวลผลเพื่อหาผลลัพธ์
􀂄 ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานและประมวลผลข้อมูลที่
ได้รับจากอุปกรณ์นำข้อมูลเข้า (input device) และส่ง
ต่อไปยังอุปกรณ์ส่วนอื่น
ความเร็วของซีพียู
􀂄 ความเร็วของซีพียูถูกควบคุมโดยระบบสัญญาณนาฬิกา
(system clock)
􀂄 สัญญาณมีการเข้ารหัสจังหวะเหมือนกับจังหวะการทำงานของ
เครื่องดนตรี
􀂄 หน่วยวัดความเร็วเรียกว่า เฮิร์ตซ (Hz - Hertz )
􀂄 Megahertz หรือ MHz = 1 000 000 ครั้งต่อวินาที
􀂄 Gigahertz หรือ GHz = 1 000 000 000 ครั้งต่อวินาที
สถาปัตยกรรมที่ใช้สำหรับผลิตซีพียู
􀂄 RISC-Reduced Instruction Set Computer
􀂄 ออกแบบมาโดยลดจำนวนคำสั่งภายในซีพียูให้มีจำนวน
และขนาดที่เล็กลง
􀂄 ส่งผลให้ความเร็วในการทำงานโดยรวมของซีพียูเพิ่มขึ้น
􀂄 มีที่เหลือสำหรับทำวงจรอย่างอื่นในตัวซีพียู เช่น ทำที่พัก
ข้อมูล (cache) ขนาดใหญ่
􀂄 CISC-Complex Instruction Set Computer
􀂄 พยายามให้ชุดคำสั่งที่ซีพียูสามารถทำงานได้นั้นมีคำสั่งในรูปแบบ
ต่างๆให้เลือกใช้มากมายหลายร้อยคำสั่ง
􀂄 มีข้อจำกัดคือวงจรภายในต้องมีความซับซ้อนและใช้เวลาในการ
ทำงานแต่ละคำสั่งนายกว่าแบบ RISC
􀂄 ซีพียูที่ออกแบบตามแนวทางนี้ เช่น เพนเทียมรุ่นแรกๆของบริษัทอิน
เทล รวมถึงซีพียูจากค่าย AMD และ Cyrix เป็นต้น
* ปัจจุบันมักใช้แนวทางที่เริ่มปรับเข้าหากัน คือเอาส่วนดีของแต่ละ
แนวทางมาปรับใช้ เช่น ใน ซีพียูเพนเทียม 4 มีการเอาแนวคิดของ
RISC เข้าไปผสมด้วย

หน่วยความจำหลัก (Primary Storage)
􀂄 เรียกได้หลายชื่อเช่น main memory, primary memory,
internal memory, internal storage
􀂄 ทำงานใกล้ชิดกับซีพียูมากที่สุด
􀂄 ช่วยเหลือการทำงานของซีพียูให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น เช่น
การพักหรือเก็บข้อมูลขณะที่มีการประมวลผล
􀂄 แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ROM และ RAM
หน่วยความจำแบบ ROM
􀂄 ไม่จำเป็นต้องใช้กระแสไฟฟ้าเลี้ยง (nonvolatile memory)
􀂄 ส่วนใหญ่มักถูกติดตั้งไว้เพื่อตรวจสอบความพร้อมในการ
ทำงานของเครื่อง
􀂄 มักจะมีการผลิตชุดคำสั่งไว้ใน ROM อย่างถาวรมาแล้ว
(เรียกว่า firmware)
หน่วยความจำแบบ RAM
􀂄 ต้องอาศัยกระแสไฟฟ้าในการทำงาน
(volatile memory)
􀂄 ใช้เป็นที่พักข้อมูลในขณะประมวลผลของ
ซีพียูเพื่อให้การทำงานเร็วขึ้น
􀂄 หากไฟดับหรือไม่มีกระแสไฟหล่อเลี้ยง
ข้อมูลที่เก็บไว้จะสูญหายหมด
เมนบอร์ด (Main board)
􀂄 แผงควบคุมวงจรต่อเชื่อมอุปกรณ์ที่
เกี่ยวข้องกับการทำงานของ
คอมพิวเตอร์ทั้งหมด
􀂄 เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า แผงวงจรหลัก
หรือ mother board
􀂄 ภายในแผงวงจรจะมีเส้นบัสเพื่อใช้
ส่งสัญญาณไฟฟ้าระหว่างอุปกรณ์
ต่างๆภายในตัวเครื่องให้ทำงาน
ร่วมกันได้
ชิปเซ็ต (Chip set)
􀂄 ชิปจำนวนหนึ่งหรือหลายตัวที่บรรจุวงจรสำคัญๆ
ที่ช่วยการทำงานของซีพียู
􀂄 ปกติจะติดตั้งมาพร้อมกับเมนบอร์ดหรือแผงวงจรหลัก
ถอดเปลี่ยนไม่ได้
􀂄 ทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานงานและควบคุมการ
ทำงานของหน่วยความจำรวมถึงอุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งแบบ
ภายในหรือภายนอกทุกชนิดตามคำสั่งของซีพียู
􀂄 ผู้ผลิตชิปเซ็ตส่วนมากจะผลิตซีพียูด้วย เช่น SiS, Intel,
VIA, AMD เป็นต้น
หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง (Secondary Storage Device)
􀂄 สำหรับเก็บบันทึกข้อมูลต้องการใช้
ประโยชน์ในภายหลัง
􀂄 นิยมใช้ หน่วยความจำสำรอง หรือ
ที่เรียกว่า secondary storage
􀂄 มีหลากหลายประเภทให้เลือกใช้
มากในปัจจุบัน
ประเภทของสื่อเก็บบันทึกข้อมูล
􀂄 แบ่งออกได้ตามรูปแบบของสื่อที่จัดเก็บ 4 ประเภทคือ
􀂄 สื่อเก็บข้อมูลแบบจานแม่เหล็ก (magnetic disk devices)
􀂄 สื่อเก็บข้อมูลแสง (optical storage devices)
􀂄 สื่อเก็บข้อมูลแบบเทป (tape devices)
􀂄 สื่อเก็บข้อมูลอื่นๆ (other storage devices)
สื่อเก็บข้อมูลแบบจานแม่เหล็ก
(Magnetic Disk devices)
􀂄 ฟล็อปปี้ดิสก์(Floppy disks)
􀂄 ได้รับความนิยมและใช้งานอย่างแพร่หลาย
􀂄 เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ดิสเก็ตต์หรือแผ่นดิสก์
􀂄 การเก็บข้อมูลจะมีแผ่นจานบันทึกเคลือบสาร
แม่เหล็กอยู่ด้านในที่ห่อหุ้มด้วยพลาสติกอีก
ชั้นหนึ่
การฟอร์แมตแผ่น (Format)
􀂄 กระบวนการจัดพื้นที่เก็บไฟล์ข้อมูลก่อนใช้งานหรือการ
เตรียมพื้นที่สำหรับเก็บบันทึกข้อมูล
􀂄 จะต้องมีการจัดการข้อมูลโดยการ ฟอร์แมต (format) เมื่อ
ใช้ครั้งแรกทุกครั้ง
* ปัจจุบันมีการฟอร์แมตตั้งแต่กระบวนการผลิตแล้ว
โครงสร้างของแผ่นจาน
􀂄 แทรค (Track)
􀂄 เส้นที่อยู่เป็นแนววงกลมรอบๆของจานแผ่นแม่เหล็ก จะมีมากหรือน้อย
ขึ้นอยู่กับชนิดและประเภทของจาน
􀂄 เซกเตอร์ (Sector)
􀂄 แทรคที่แบ่งออกเป็นส่วนๆสำหรับเก็บความจุของข้อมูล
􀂄 เหมือนกับห้องพักต่างๆที่อยู่ในคอนโด
การคำนวณความจุของแผ่นดิสก์
􀂄 แผ่นดิสเก็ตต์แบบ high-density ซึ่งมีพื้นที่เก็บข้อมูล 2 ด้าน
แต่ละด้านมี 80 แทรค แต่ละแทรคแบ่งได้มากถึง 18 เซกเตอร์
และแต่ละเซกเตอร์สามารถเก็บข้อมูลได้มากถึง 512 ไบต์
􀂄 ความจุเท่ากับ 1.40625 MiB
􀂄 หรือเท่ากับหน่วยวัด 1.44 MB
สื่อเก็บข้อมูลแบบจานแม่เหล็ก
(Magnetic Disk devices)
􀂄 ฮาร์ดดิสก์ (Hard disks)
􀂄 อุปกรณ์เก็บบันทึกข้อมูลที่มีหลักการทำงานและโครงสร้าง
คล้ายกับดิสเก็ตต์
􀂄 มีความจุข้อมูลและความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลมากกว่าแผ่น
ดิสเก็ตต์
􀂄 ส่วนใหญ่จะติดตั้งอยู่ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์

โครงสร้างของฮาร์ดดิสก์
􀂄 ฮาร์ดดิสก์ผลิตมาจากวัสดุ
แบบแข็งจำนวนหลายแผ่น
วางเรียงต่อกันเป็นชั้นๆ
เรียกว่า แพลตเตอร์ (platter)
􀂄 โครงสร้างของฮาร์ดดิสก์โดยทั่วไปประกอบด้วย
􀂄 platter - จานแม่เหล็กแต่ละจานบนฮาร์ดดิสก์
􀂄 track - พื้นที่ตามแนวเส้นรอบวงบนแพลตเตอร์นั้น
􀂄 sector – แทรคที่แบ่งย่อยออกเป็นท่อนเหมือนกับดิสเก็ตต์
􀂄 cylinder - แทรคที่อยู่ตรงกันของแต่ละแพลตเตอร์
􀂄 read/write head –หัวสำหรับการอ่าน/เขียนข้อมูล
การทำงานของฮาร์ดดิสก์
􀂄 ตัวของแผ่นจานหมุนเร็วมากและหัวอ่านเขียนจะวางลอยห่าง
เหนือแพลตเตอร์
􀂄 ระยะความห่างของแพลตเตอร์กับหัวอ่านมีค่าที่เล็กกว่า
ขนาดของเส้นผมหลายเท่า
􀂄 ใช้หลักการส่งกระแสไฟฟ้าเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง
ของสนามแม่เหล็ก โดยหัวอ่านจะไม่มีโอกาสสัมผัสกับแผ่น
สื่อเก็บข้อมูลแบบแสง (Optical Storage Device)
􀂄 การแบ่งวงของแทรคจะแบ่งเป็นลักษณะ
รูปก้นหอย
􀂄 เริ่มเก็บบันทึกข้อมูลจากส่วนด้านในออกมา
ด้านนอก
􀂄 แบ่งส่วนย่อยของแทรคออกเป็นเซกเตอร์
เช่นเดียวกันกับแผ่นจานแม่เหล็ก
CD (Compact Disc)
􀂄 ปัจจุบันมีราคาถูกลงกว่าสมัยก่อนมาก
􀂄 อาจแยกออกได้ดังนี้
􀂄 CD-ROM (Compact disc read only memory)
􀂄 CD-R (Compact disc recordable)
􀂄 CD-RW (Compact disc rewritable )
CD-ROM (Compact disc read only memory)
􀂄 นิยมใช้สำหรับการเก็บบันทึกข้อมูลทางคอมพิวเตอร์
􀂄 เช่น โปรแกรมโอเอส, โปรแกรมประยุกต์ ผลงานไฟล์มัลติมีเดีย
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน หรือ CD-Training
􀂄 อ่านข้อมูลได้อย่างเดียวแต่ไม่สามารถเขียนหรือบันทึกข้อมูลซ้ำได้
􀂄 จุข้อมูลได้ถึง 650-750 MB
􀂄 มักเป็นแผ่นที่ปั๊มมาจากโรงงานหรือบริษัทผู้ผลิตโดยตรง
CD-R (Compact disc recordable)
􀂄 พบเห็นได้ตามร้านค้าจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั่วไป
􀂄 มีราคาถูกลงอย่างมาก สามารถใช้เขียนบันทึกข้อมูลได้
􀂄 แต่ไม่สามารถลบข้อมูลที่เขียนไว้ได้
􀂄 เหมาะสำหรับบันทึกข้อมูลไฟล์ทั่วไป เช่น ภาพถ่ายจากกล้อง
ดิจิตอล เพลง MP3 หรือไฟล์งานในเครื่องส่วนตัว
CD-RW (Compact disc rewritable)
􀂄 ลักษณะแผ่นเหมือนกับแผ่น CD-R
􀂄 นอกจากเขียนบันทึกข้อมูลได้หลายครั้งแล้ว ยังสามารถลบข้อมูลและ
เขียนซ้ำใหม่ได้เรื่อยๆ
􀂄 ราคาแผ่นของ CD-RW ยังมีราคาสูงกว่า CD-R มาก
􀂄 เหมาะสำหรับเก็บไฟล์ที่เปลี่ยนแปลงบ่อยและเก็บข้อมูลนั้นไว้ใน
ระยะเวลาอันสั้น ไม่ถาวร
􀂄 สามารถลบทิ้งแล้วเขียนใหม่อีกได้ถึงกว่า 1,000 ครั้ง
DVD (Digital Versatile Disc/Digital Video Disc)
􀂄 การเก็บข้อมูลจะแบ่งออกเป็นชั้น เรียกว่า
เลเยอร์ (layer)
􀂄 เก็บข้อมูลได้ทั้งสองด้าน (sides)
􀂄 ความจุของ DVD จะมีมากกว่า CD
หลายเท่าตัว
􀂄 รองรับกับงานด้านมัลติมีเดียได้เป็นอย่างดี
มาตรฐานของแผ่น DVD
􀂄 ปัจจุบันมีการนำแผ่น DVD มาประยุกต์ใช้กันอย่างแพร่หลาย
􀂄 มีมาตรฐานที่ค่อนข้างแตกต่างกันไม่เหมือนกับ แผ่น CD พอจะ
แยกออกได้คือ
􀂄 DVD-ROM
􀂄 DVD-R และ DVD-RW
􀂄 DVD+R และ DVD+RW
DVD-ROM
􀂄 ผลิตจากบริษัทผู้ผลิตหรือโรงงานโดยตรง
􀂄 นิยมใช้เก็บข้อมูลขนาดใหญ่มาก เช่น ภาพยนตร์ความคมชัดสูงและ
ต้องการเสียงที่สมจริง การสำรองข้อมูลขนาดใหญ่
􀂄 ไม่สามารถเขียนหรือลบข้อมูลได้
DVD-R และ DVD-RW
􀂄 แผ่น DVD ประเภทเขียนข้อมูลได้ตามมาตรฐานขององค์กร DVD
Forum (www.dvdforum.org)
􀂄 มีความจุข้อมูลสูงสุดคือ 4.7 GB
􀂄 DVD-R สามารถเขียนและบันทึกข้อมูลได้เพียงครั้งเดียว
􀂄 DVD-RW จะเขียนและบันทึกข้อมูลซ้ำได้หลายๆครั้ง
DVD+R และ DVD+RW
􀂄 DVD ที่เขียนข้อมูลได้เช่นเดียวกันแต่เป็นมาตรฐานใหม่ของ
DVD+RW Alliance (www.dvdrw.com)
􀂄 มีความจุสูงสุดคือ 4.7 GB และอาจเพิ่มอีกในอนาคต
􀂄 การเขียนข้อมูลของ DVD+R และ DVD+RW จะคล้ายกับกลุ่ม
มาตรฐานเดิม
􀂄 แตกต่างที่ความเร็วในการเขียนแผ่นจะมีมากกว่า
สื่อเก็บข้อมูลแบบเทป (Tape device)
􀂄 เหมาะสำหรับการสำรองข้อมูล (backup)
􀂄 มีราคาถูกและเก็บบันทึกข้อมูลได้จำนวนมาก
􀂄 ลักษณะการเข้าถึงข้อมูลแบบเรียงลำดับต่อเนื่องกันไป
(sequential access)
􀂄 มีหลายขนาดแตกต่างกันไป
สื่อเก็บข้อมูลอื่นๆ (Other Storage Device)
􀂄 อุปกรณ์หน่วยความจำแบบแฟลช (Flash memory Device)
􀂄 สื่อเก็บข้อมูลแบบใหม่ที่เริ่มนิยมใช้แทนแผ่นดิสเก็ตต์
􀂄 อาจอยู่ในรูปแบบของ memory card

)
อุปกรณ์แสดงผลลัพธ์ (Output Device)
􀂄 อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการแสดงผลที่พบเห็นในปัจจุบันอาจแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท
ดังนี้
􀂄 อุปกรณ์แสดงผลหน้าจอ (display devices)
􀂄 อุปกรณ์สำหรับพิมพ์งาน (print devices)
􀂄 อุปกรณ์ขับเสียง (audio devices)


อุปกรณ์แสดงผลหน้าจอ (Display devices)
􀂄 เทอร์มินอล (Terminals)
􀂄 พบเห็นได้กับจุดบริการขาย
(POS - Point Of Sale) ทั่วไป หรือจุด
ให้บริการลูกค้าเพื่อทำรายการบาง
ประเภท เช่น ตู้ฝากถอน ATM
􀂄 จอภาพมีขนาดเล็กกว่าจอภาพที่ใช้
กับคอมพิวเตอร์โดยทั่วไป
อุปกรณ์แสดงผลหน้าจอ (Display devices)
􀂄 จอซีอาร์ที (CRT Monitors)
􀂄 ใช้กับเครื่องพีซีทั่วไป
􀂄 อาศัยหลอดแก้วแสดงผลขนาดใหญ่
ที่เรียกว่า หลอดรังสีคาโธด
(cathode ray tube)
􀂄 มีขนาดตั้งแต่ 14,15,16,17,19,20 และ
21 นิ้ว เป็นต้น
อุปกรณ์แสดงผลหน้าจอ (Display devices)
􀂄 จอแอลซีดี (LCD Monitors)
􀂄 อาศัยการทำงานของโมเลกุลชนิด
พิเศษที่เรียกว่า liquid crystal
􀂄 มีขนาดบางและสะดวกในการ
เคลื่อนย้ายมากกว่า
􀂄 ไม่เปลืองพื้นที่สำหรับการทำงาน
􀂄 ปัจจุบันยังมีราคาที่แพงกว่าจอแบบ
ซีอาร์ทีมาก
􀂄 โปรเจคเตอร์ (Projectors)
􀂄 นิยมใช้สำหรับการจัดประชุม
สัมมนา หรือการนำเสนอผลงาน
(presentation)
􀂄 ทำหน้าที่เป็นเหมือนอุปกรณ์ช่วย
ขยายภาพขนาดเล็กให้ไปเป็นภาพ
ขนาดใหญ่ที่บริเวณฉากรับ
อุปกรณ์สำหรับพิมพ์งาน (Print Devices)
􀂄 เครื่องพิมพ์แบบดอทเมตริกซ์ (Dot
matrix Printer)
􀂄 อาศัยหัวเข็มพิมพ์กระทบลงไปที่ผ้า
หมึกและตัวกระดาษโดยตรง
􀂄 เหมาะกับการพิมพ์เอกสารประเภท
มีสำเนา (copy)
􀂄 นิยมเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เครื่องพิมพ์
แบบกระทบ (impact printer)
􀂄 เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ (Laser Printer)
􀂄 มีความคมชัดมากกว่าเครื่องพิมพ์แบบอื่น
􀂄 อาศัยการทำงานของแสงเลเซอร์
􀂄 ข้อเสียคือไม่สามารถพิมพ์เอกสารที่เป็น
แบบสำเนา (copy) เหมือนกับเครื่องพิมพ์
แบบดอทเมตริกซ์ได้
􀂄 เครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจ็ต
(Ink-jet Printer)
􀂄 อาศัยน้ำหมึกพ่นลงไปบนกระดาษ
􀂄 เลือกใช้ได้ทั้งหมึกสีและขาวดำ
􀂄 มีทั้งแบบที่มีราคาถูกที่ใช้งานตามบ้าน
ทั่วไปและเครื่องขนาดใหญ่ราคาแพง
สำหรับงานพิมพ์โปสเตอร์ขนาดใหญ่
􀂄 พลอตเตอร์ (Plotter)
􀂄 นิยมใช้กับการพิมพ์เอกสารขนาดใหญ่ที่
ต้องการความละเอียดสูง เช่น ภาพโฆษณา
แผนที่ แผนผัง แบบแปลน
􀂄 อาศัยการวาดภาพด้วยปากกาความร้อน
เขียนลงไปที่กระดาษ
􀂄 อาจพบเห็นได้น้อยลง เนื่องจากการเข้ามา
แทนที่ของเครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจ็ต
อุปกรณ์ขับเสียง (Audio Devices)
􀂄 ลำโพง (Speaker)
􀂄 เป็นอุปกรณ์สำหรับช่วยขับเสียง
ออกจากคอมพิวเตอร์
􀂄 มีราคาถูกมากตั้งแต่ร้อยกว่าบาท
จนถึงหลักพัน
􀂄 เหมาะสำหรับฟังเสียงเพลงหรือ
เสียงประกอบภาพยนตร์รวมถึงเสียง
ที่ได้จากการพูดผ่านไมโครโฟน
เป็นต้น
อุปกรณ์ขับเสียง (Audio Devices)
􀂄 หูฟัง (Headphone)
􀂄 นิยมใช้สำหรับการฟังเสียงแบบส่วนตัว
􀂄 บางรุ่นอาจพบได้ทั้งหูฟังและไมโครโฟนอยู่ในตัวเดียวกัน
􀂄 มีให้เลือกหลายชนิดทั้งที่แบบมีสายเชื่อมต่อและแบบไร้สาย
􀂄 ราคามีตั้งแต่ไม่กี่ร้อยบาทจนถึงหลักพันขึ้นอยู่กับคุณภาพและยี่ห้อของ
บริษัทผู้ผลิต

อ้างอิง
http://fed.bpi.ac.th/LMS/materials/4-%E0%B8%AE%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87.pdf

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น